ข้อมูลจากสถาบันการแพทย์และสุขภาพจิตชั้นนำระบุว่า พฤติกรรม Toxic ในที่ทำงาน ไม่ใช่แค่ความงี่เง่าส่วนบุคคล แต่เป็นบรรยากาศการทำงานที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจของพนักงานอย่างรุนแรง ซึ่งสัญญาณเตือนและรูปแบบพฤติกรรมที่พบได้บ่อย ได้แก่:
- การนินทาและแบ่งกลุ่มสร้างบรรยากาศติดลบ: การปล่อยข่าวลือ การแทงข้างหลัง หรือการกีดกันเพื่อนร่วมงานออกจากกลุ่ม ทำให้ความไว้วางใจในทีมลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- วัฒนธรรมโยนความผิดและตัดงบพัฒนาคน: หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่ยอมรับความผิดพลาด แต่พร้อมจะป้ายความผิดให้ผู้อื่นเสมอ รวมถึงการไม่เห็นคุณค่าของทีม
- การสื่อสารแบบก้าวร้าวและแฝงความก้าวร้าว (Passive-Aggressive): การใช้คำพูดประชดประชัน การสั่งงานแบบไม่ชัดเจนแล้วรอจับผิด หรือการใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา
- การล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวและเวลาพักผ่อน: คาดหวังให้ตอบแชตหรือทำงานนอกเวลางานอย่างเป็นเรื่องปกติ จนทำให้เส้นแบ่งระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงานเสียไป
วิธีรับมือกับพฤติกรรม Toxic ในที่ทำงาน และการปกป้องสุขภาพจิต
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสังคมการทำงานที่เข้าข่าย Toxic ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดคือการตั้งรับด้วยสติและกำหนดเขตแดน (Boundaries) ที่ชัดเจน หลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับวงนินทาหรือความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น พยายามโฟกัสไปที่เนื้องานและเป้าหมายของตนเองเป็นหลัก การบันทึกหลักฐานการทำงานอย่างเป็นระบบ เช่น อีเมล เอกสารยืนยันสั่งงาน หรือข้อความตกลงรายละเอียดงาน จะช่วยเป็นเกราะป้องกันตนเองเมื่อเกิดปัญหาการโยนความผิดในองค์กร
หากพฤติกรรม Toxic นั้นมาจากหัวหน้างานหรือส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานอย่างรุนแรง การนำเรื่องเข้าปรึกษาฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) พร้อมหลักฐานที่ชัดเจนและปราศจากอารมณ์ ถือเป็นช่องทางตามกระบวนการที่ควรทำ แต่หากองค์กรไม่มีแนวโน้มที่จะปรับปรุงหรือแก้ไขวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นพิษนี้ การเตรียมความพร้อมเพื่อย้ายไปสู่สังคมการทำงานใหม่ที่มีสุขภาวะที่ดีกว่า อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการปกป้องอนาคตและสุขภาพจิตของตนเองในระยะยาว
พฤติกรรม Toxic ในที่ทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนทั้งประสิทธิภาพการทำงานและสุขภาพจิต การสังเกตสัญญาณเตือนให้ไว ก่อกำแพงป้องกันตนเองด้วยการสื่อสารที่เด็ดขาด และการเก็บหลักฐานการทำงานอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ยากลำบากได้อย่างมีสติ และตัดสินใจทางเลือกในอนาคตได้อย่างถูกต้อง